HEALTH

HEALTH

สุขภาพ

.

.

.

6 วิธี รับมือช่วงนั้นของเดือน

 

.

ปวดท้อง


1. จำวันนั้นของเดือนให้แม่น

ขั้นแรกต้องกากบาทไว้ในปฏิทินเลยว่า

ช่วงนั้นของเดือนคือวันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่

จะได้เตรียมมือได้ถูก

2. บรรเทาอาการช่วงก่อนวันนั้นของเดือน

เช่น อาการคลื่นไส้ เจ็บหน้าอก ปวดหัว

ปวดหลัง ปวดท้องน้อย ครั่นเนื้อครั่นตัว ตะคริว ฯลฯ

ตลอดจนรักษาปริมาณน้ำในร่างกาย

ด้วยการกินอาหารที่มีวิตามินบี 6 วิตามินซี

วิตามินอี แคลเซียม และแมกนีเซียม

และถ้าช่วงนั้นของเดือนต้องสูญเสียเลือดมาก

ต้องเพิ่มธาตุเหล็กเข้าไปด้วย

3. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มกาเฟอีน

ซึ่งมีส่วนทำให้หน้าอกคัดตึง ปวดศีรษะ

และอารมณ์หงุดหงิดง่าย

โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

ก็จะช่วยทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้น

4. ฝึกโยคะ

เพราะจะช่วยลดการปวดศีรษะ ตะคริว

และโรคนอนไม่หลับ

ลดอาการเกร็งของแผ่นหลัง ท้องน้อย

และต้นคอ หรือหมุนและนวดข้อเท้าไปรอบ

ก็ช่วยลดการเป็นตะคริวได้

5. กินอาหารมื้อเล็ก ๆ แต่กินบ่อย ๆ
จะช่วยลดอาการอึดอัดช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด

ป้องกันการอ่อนเพลียของร่างกาย การปวดศีรษะ

6. กินอาหารมีเส้นใยมาก ๆ

ผัก ผลไม้ ถั่ว ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียน้ำในร่างกาย

หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกนม เนย เนื้อสัตว์

เพราะไขมันจะเป็นตัวก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด

ควรกินพวกธัญพืช ผักใบเขียว

น้ำมันปลา จะช่วยป้องกันความอ่อนเล้าได้

.

.

.

16 อาการเตือน ร่างกายแย่แน่

หากมีสัณญาณแบบนี้

 

.


 1. นอนหลับยากบ่อยๆ หรือต่อเนื่องกันหลายคืน

คนเป็นเบาหวานก็จะมีการนอนไม่หลับกระสับกระส่ายเช่นนี้
 2. ผิวพรรณไม่ดี มีริ้วรอย ผิวหยาบกร้าน

มักเป็นกระหรือจุดด่างดำง่ายเป็นผดผื่นบ่อย ผมเสีย-ผมร่วง

เพราะขาดสารอาหาร วิตามินอี ขาดไบโอติน

 3. ปวดหัวบ่อยๆ การนอนไม่พอก็อาจะมีอาการปวดศีรษะ

อย่าได้นิ่งนอนใจ ควรสังเกตตัวเองว่าปวดบ่อยหรือไม่

มีอาการข้างเคียงอื่นๆ หรือ เปล่า

เช่นหน้ามืดตาลาย อาเจียน

อาการปวดศีรษะอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย

ที่อันตรายถึงชีวิตได้หลายโรค
 4. มีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง

อาจเป็นโรคตับอักเสบหรือดีซ่าน

ต้องรู้จักสังเกตและรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาให้ทัน
 5. ท้องเสียบ่อย หรือท้องผูกบ่อย

ระบบขับถ่ายแปรปรวน กินอะไรนิดหน่อยก็ท้องไม่ดี

กินอาหารตามปกติแต่ตอนเช้าไม่ขับถ่าย

ถ้ามีอาการอย่างนี้ อย่าคิดว่าธรรมดา

เพราะคุณอาจป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้หรือโรคไตได้
 6. ช่างโกรธ หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย

คิดมาก กังวล ฟุ้งซ่าน

อาจจะเกิดจากการขาดสารอาหารที่สมองต้องการ

 7. หน้ามืดวิงเวียนบ่อยๆ

อาการนี้อาจบ่งบอกถึงอาการเจ็บไข้ไม่สบาย

หมายถึงความที่มีสุขภาพย่ำแย่เพราะออกกำลังกายน้อย
 8. ถ้ามีอาการเบื่ออาหาร อาจเป็นสัญญาณ

โรคตับ วัณโรค หรือกำลังจะนำไปสู่การเจ็บไข้

ไม่สบายได้เพราะร่างกายอ่อนแอและไม่มีภูมิต้านทาน
 9. มีอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดต้นคอมากๆ

อาจมีสาเหตุมาจากการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง

หรือไม่ก็หักโหมกับการทำงานมากเกินไปจนกล้ามเนื้อล้า

 10. น้ำหนักเพิ่มหรือลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ

สัญญาณนี้อาจบอกถึงโรคต่างๆ ได้

เช่น โรคต่อมไทรอยด์ โรคเกี่ยวกับไต หรือโรคมะเร็ง

 11. เป็นเหน็บชาหรือตะคริวบ่อยๆ

เป็นไปได้ว่าขาดวิตามินบี 1 จึงควรกินเต้าหู้

รำข้าว ตับ และข้าวซ้อมมือเป็นประจำ
 12. ถ้ามีอาการเหนื่อยง่าย ทำอะไรนิดๆหน่อยๆก็เหนื่อย

แสดงว่าไม่ได้เคยออกกำลังกายเลย หรือออกน้อย

 13. ถ้าสีของปัสสาวะเป็นสีเหลืองจัด

เป็นไปได้ว่าดื่มน้ำน้อยเกินไป

อาจเป็นสัญญาณบอกอาการของโรคดีซ่าน

แต่ถ้าสีเหลืองจัดเข้มข้นจน

เป็นสีกาแฟแสดงว่ากินยาบางอย่างมากเกินไป

หรืออาจจะเป็นวัณโรค
 14. ระคายคอ เจ็บคอหรือไอบ่อยๆ

อาจมีปัญหาที่ระบบหายใจ อาจเป็นภูมิแพ้

หรือกำลังเป็นหวัด
 15. อาการอ่อนเพลียง่าย ไม่มีกำลังวังชา

มือไม้สั่น มีอารมณ์แปรปรวนง่าย

อาจเป็นไปได้ว่าต่อมไธรอยด์ผิดปกติ
 16. ถ้าขี้หลงขี้ลืมบ่อยๆ

เป็นเพราะระบบประสาท และสมองไม่ดี

เพราะขาดสารอาหารสำหรับสมอง

สุขภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s